‘จิสด้า’ เผยจุดความร้อนพุ่งสูงกว่า 300 แห่งทั่วไทย โดยเฉพาะพื้นที่เกษตร ขณะที่อีสานหนักสุด ฟากเพื่อนบ้านกัมพูชายังครองแชมป์ร้อนหลายจุด หวั่นฝุ่นลอยเข้าไทย
GISTDA เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของระบบเวียร์ (VIIRS) วันที่ 7 ก.พ. 2565 พบจุดความร้อนทั้งประเทศ จำนวน 334 จุด พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร 132 จุด พื้นที่ชุมชนและอื่น ๆ 59 จุด พื้นที่เขต สปก. 55 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 45 จุด พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 38 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 5 จุด
ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุดอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง 3 จังหวัด คือ ชัยภูมิ 35 จุด, สกลนคร 30 จุด และขอนแก่น 20 จุด จากภาพแสดงให้เห็นว่าจุดความร้อนกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยยังคงกระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณโดยเฉพาะพื้นที่ตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนเช้าวันนี้ เวลา 9.00 น. คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ในระดับปานกลาง โดยเฉพาะที่ จ.สมุทรปราการ ปริมาณฝุ่นละอองดังกล่าวอาจเริ่มส่งผลกระทบกับระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่ 1 ม.ค. – 7 ก.พ. 2565 พบว่า
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อนแล้ว 4,308 จุด
- ภาคเหนือ 4,051 จุด
- ภาคกลาง 3,114 จุด ตามลำดับ
สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้าน
- ราชอาณาจักรกัมพูชาครองอันดับหนึ่งต่อเนื่อง 5 วันติด จำนวน 1,656 จุด
- สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ จำนวน 1,071 จุด
- ประเทศไทย จำนวน 334 จุด
โดยข้อมูลจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะกัมพูชา อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ pm 2.5 ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก รวมไปถึงภาคกลาง เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ดูแลสุขภาพ
สำหรับปัญหาไฟป่าหมอกควัน ส่งผลกระทบกับระบบต่าง ๆ ของประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะเศรษฐกิจ และสังคม ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยกำลังจะได้ใช้ระบบ THOES-2 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งหนึ่งในภารกิจสำคัญของระบบนี้ คือการสำรวจ วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นหรือคาดว่าจะเกิดขึ้น ได้อย่างทันท่วงทีและแม่นยำ เพื่อการสนับสนุนข้อมูลสำคัญให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลไปใช้วางแผน ป้องกัน บรรเทา และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น
ติดตาม ช่อง 8 ได้ทาง
facebook.com/thaich8